by PuttaChart | Dec 1, 2019 | blog, ท่องเที่ยว

“นครวัด” หรือฝรั่งเศส เรียก อังกอร์วัด(Angkor Wat) เป็นหมู่ปราสาทในเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา นครวัดถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกและเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่2 จุดประสงค์เพื่อสร้างอุทิศถวายแก่พระวิษณุเทพในศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ และยังใช้เป็นราชสุสานเก็บพระศพของพระองค์ ด้วยเหตุนี้มหาปราสาทนครวัดจึงถูกสร้างให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ต่างจากปราสาทอื่นๆที่ส่วนมากหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ศาสนาฮินดูนั้นยกย่องกษัตริย์ว่าเป็นเทพเจ้าเรียกว่า “ลัทธิเทวราชา” กษัตริย์คือตัวแทนของเทพเจ้าในโลกมนุษย์ ซึ่งมีการสร้างเทวสถานถวายให้และยังเชื่อว่าเมื่อสวรรคตแล้ววิญญาณจะประทับอยู่ที่ปราสาท ด้วยความเชื่อนี้เองทำให้กษัตริย์ขอมเมื่อขึ้นครองราชย์จึงตั้งหน้าตั้งตาสร้างประสาทตลอดรัชกาลของแต่ละพระองค์ เป็นศาสนสถานสัญลักษณ์ของระบบสุริยะจักรวาลตามคติของชาวฮินดู คือ ศูนย์กลางของโลกและจักรวาลนั่นเอง โดยนครวัดถือเป็นจุดสูงสุดของรูปแบบการสร้างสถาปัตยกรรมเขมรแบบดั้งเดิม และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชามีการปรากฏอยู่บนธงชาติ
เชื่อกันว่ากว่าจะเป็นปราสาทนครวัดต้องใช้หินปริมาตรหลายล้านลูกบาศก์เมตร มีหินทรายเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก ใช้แรงงานช้างนับหมื่นเขือก แรงงานคนนับแสน ขนและลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร ปราสาทนครวัดมีเสา 1800 ต้นหนักต้นละ 10 ตัน เพราะไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน ยังเป็นราชธานีอีกด้วย มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล มีความยาว 1.5 กิโลเมตร กว้าง 1.3 กิโลเมตร รวมพื้นที่ 1219 ไร่ หรือราว 200000 ตารางเมตรมีคูน้ำล้อมรอบตามแบบมหาสมุทรล้อมเขาพระสุเมรุ
กำแพงชั้นนอกรอบปราสาทแสนสุดอลังการด้วยงานสลักหิน คือภาพเล่าวรรณคดี รามายณะ รูปแกะสลักที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ รูปเทวดากับอสูรกวนเกษียรณสมุทรด้วยเขาพระสุเมรุ รวมถึงนางอัปสร หรือ อัปสรา 1635 นางที่ทั้งหมดทรงเครื่องและทรงผมไม่ซ้ำกันเลย
เล่าประวัติความเป็นมาเยอะพอสมควรละ เรามาเริ่มการเดินทางกันดีกว่าค่ะสำหรับทริปเราใช้เวลาท่องเที่ยว 2 คืน 3วัน โดยเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวและนำรถไปจอดที่จังหวัดปราจีนบุรี (โรงเกลือ) จอดรถค้างคืนได้หายห่วงค่ะ เราเริ่มจากจุดตรวจคนเมือง

จากนั้นเราเหมารถตู้เพื่อไปยัง เสียมราฐและเข้าที่พัก

และในวันแรกที่ไปถึงเราได้เหมารถสามล้อเครื่องไปที่ปราสาทนครวัดเลยค่ะ แต่เป็นช่วงเย็นๆแล้วเราจึงไม่ได้เขาไปด้านใน (ในเย็นวันนั้นเราจึงให้คนขับรถพาไปชื้อตั๋วสำหรับเข้าชมในวันถัดไป) บรรยากาศยามเย็น

เที่ยวตลาดกลางคืน

เช้าวันต่อมาเราเริ่มจากทานอาหารเช้าของโรงแรม

เริ่มชื่นชมความสวยงามของปราสาทนครวัด นครธม ที่ อาโนลด์ ทอยน์บี นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษได้เคยกล่าวไว้ว่า “See Angkor Wat And Die” (เห็นนครวัดก็ตายตาหลับแล้ว)
การแต่งกายเมื่อเข้าชมปราสารนครวัด ห้ามใส่กางเกงขาสั้นถ้าใส่ไปก็มีที่ให้ชื้อเปลี่ยนเป็นผ้าถุง ตามภาพนะคะ



สำหรับทริปท่องเที่ยวของเรา ทุกคนประทับใจมากค่ะและต้องอึ้งและทึ่ง !!!ไปกับสถาปัตยกรรมที่สวยงามและอลังการเกินคำบรรยาย เพราะเมื่อเราได้ไปเห็นได้ไปสัมผัสแล้วเราจะมีคำถามขึ้นมาว่า
“้เขาสร้างขึ้นได้อย่างไง”
สวยงามมากจริงๆค่ะ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวกันนะคะ
See Angkor Wat And Die
???
by PuttaChart | Dec 1, 2019 | blog, ท่องเที่ยว

สิงค์โปร์เป็นนครรัฐสมัยใหม่และเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศสิงคโปร์มีรายได้ต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับสามของโลก ภาษาที่ใช้มี 4 ภาษา คือภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาจีนกลาง และภาษาทมิฬในทริปนี้เราใช้เวลาเที่ยว 3 คืน 4 วันในวันแรกเราไปถึงสนามบินชางงี จากนั้นเราเดินทางด้วยรถไฟไปลงที่สถานีเบฟอร์น(Bayfront) เพื่อเข้าพักที่โรงแรมMarina Bay Sands สำหรับทริปนี้มีหลงบ้างนิดหน่อยชึ่งขึ้นรถไฟไปลงที่สถานนี Marina Bay (ซึ่งผิดนะคะ)วิธีการเดินทางทั้งหมดของประเทศสิงคโปร์ ใช้รถไฟใต้ดิน รถบัส และแท๊กซี่ สำหรับทริปเราส่วนมากใช้การเดินทางโดยรถไฟใต้ดินค่ะ (การเดินทางในสิงคโปร์ถือว่าสะดวกสบายมากๆเลยค่ะ)เริ่มวันแรกกันเลยดีกว่าค่ะ ลงสถานีผิด เดินลากกระเป๋าเข้าโรงแรมค่ะ 55555

จากนั้นออกมาถ่ายรูปที่เมอร์ไลออน(Merlion) เป็นสัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวของสิงค์โปร์ เป็นรูปปั้นสิงโตทะเลพ่นน้ำ สูง 8.6 เมตรและหนัก 70ตัน ตั้งอยู่ริมอ่าวมาริน่า ช่วงปากแม่น้ำสิงคโปร์

จากนั้นเดินกลับโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ (Marina Bay Sands Hotel) โรงแรมหรูใจกลางเมืองสิงค์โปร์ กับสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นสระไร้ขอบ(Infinity pool) ซึ่งอยู่ที่ เดอะ แซนด์ สกาย ปาร์ค(The Sands Sky Park) ดาดฟ้าทรงเรือชั้น 55 ของโรงแรมซึ่งในโซนของ เดอะ แซนด์ สกาย ปาร์ค ทอดตัวโค้ง เป็นแนวยาว 340 เมตรบนความสูง 200 เมตรเหนืออาคารทั้ง 3 มีพื่นที่ 12400 ตารางเมตร เทียบกับสนามฟุตบอล 3 แห่งเรียงต่อกันสามารถรับรองแขกได้ 3900 คน ส่วนสระว่ายน้ำมีความยาว 150 เมตรจุน้ำได้ถึง 380000 แกลลอน(1440 ลูกบาศก์เมตร) ส่วนหัวเรือที่ยื่นออกมาก็เป็นจุดชมวิวสุดอลังการ สัมผัสวิวได้ 360 องศารองรับผู้เข้าชมได้ครั้งละ900 คนเสียค่าชมคนละ 450 บาทสำหรับสระว่ายน้ำจะสงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่เข้าพักที่โรงแรมเท่านั่นค่ะ



วันที่สองเราไปเที่ยวที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ตั้งอยู่บนเกาะเซนโตซ่า เป็นสวนสนุกที่รวบรวมทุกความสนุกไว้อย่างครบรส มีโซนความสนุกมากถึง 7 โซนได้แก่ Holly wood,New York,Sci-Fi City,Ancient Egypt,Lost World,Far Far Away และMadagascar ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และบริการอีกด้วยสำหรับทริปนี้เราเข้าพักที่โรงแรมในยูนิเวอร์แซลด้วยค่ะ ห้องพักก็น่ารักเหมาะกับการเป็นสวนสนุกเลยค่ะ


วันที่สามกับการเที่ยวที่ S.E.A Aquarium ซึ่งอยู่บนเกาะเซนโตซ่า เป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ และตื่นตากับสัตว์ทะเลมากกว่า 100000 ตัวทั้งหมดราวๆ 800 สายพันธุ์มีแท็งก์น้ำกระจกขนาดใหญ่ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมสัตว์ทะเลต่างๆแหวกว่ายไปมาในน้ำอย่างอลังการ




เมื่อเที่ยวที่เกาะเซนโตซ่าเสร็จช่วงเย็นเราเดินทางกลับไปพักแถวถนนออร์ชาร์ด(Orchard Road)และเดินเที่ยวแถวถนนออร์ชาร์ด มีแหล่งให้ช้อปปิ้งมากมายเลยค่ะ

และในเช้าวันที่สี่เราก็เดินทางกลับโดยขึ้นรถประจำทางจากหน้าโรงแรมถึงสนามบินเลยค่ะ

สุดท้ายอยากหาที่เที่ยวต่างประเทศที่ใกล้ไทย ต้องไม่พลาดไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปรนะคะ สิงคโปร์ถือเป็นประเทศเล็กๆประเทศหนึ่งแต่แจ๋วของเอเชีย เป็นประเทศเดียวที่ไม่มีเมืองหลวง แต่กลับมีการเติบโตสูงอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในเอเขียเลยทีเดียวค่ะ😄😄😄
by PuttaChart | Dec 1, 2019 | blog, การศึกษา

ผลการเรียน หรือ “เกรด”ไม่ได้ใช้วัดผลความสำเร็จของชีวิตคน และไม่ควรมีคุณค่าใช้วัดความเก่งของใคร เกรดเป็นแค่ตัวสะท้อนวิธีการทำงานตัวหนึ่ง แต่เกรดยังคงเป็นเรื่องดีและจำเป็นในบางมุม เช่น บางคนใช้ในการขอทุนเรียนต่อ บางที่เข้าทำงานต้องใช้เกรด
เมื่อความสำเร็จในการศึกษามองกันที่เกรดเพียงอย่างเดียว โรงเรียนกวดวิชาต่างเน้นจุดเด่นของตัวเองว่า “เมื่อเรียนแล้วจะทำให้คุณทำคะแนนได้ดีมากขึ้น หรือได้เกรดดีขึ้นแน่นอน ซึ่งนี่คือการสะท้อนว่า “คนที่ไปเรียนกวดวิชา ก็ไปเรียนเพื่ออยากได้คะแนนและเกรดดีขึ้นไม่ใช่เพื่อความรู้
” แอบเศร้า”
เช่นเดียวกันคนที่ได้เกรดดีจะถูกมองว่าเป็นเด็กเก่ง มีเสียงปรบมือ ชื่นชม ได้เกียรติบัตร ในขณะที่เด็กเกรดแย่จะถูกมองว่าไม่เก่ง โง่ และอีกหลายๆคำพูดที่บั่นทอนจิตใจเด็ก
ความคิดส่วนตัวนะคะ จริงๆแล้วเด็กไม่จำเป็นต้องสนใจเกรด แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมุ่งมั่นกับการเรียนนะคะ เด็กทุกคนควรตั้งใจ ใส่ใจและมีความอดทนที่จะฝึกฝน ยิ่งยากยิ่งต้องฝึก นี้คือสิ่งที่เด็กทุกคนต้องมีติดตัว และที่สำคัญพ่อแม่ควรเน้นสอนให้เด็ก ตั้งเป้าหมายในชีวิตของตนเองและไม่แทรกแซงความฝันของเขา นั่นหมายความว่าเด็กควรจะต้องทำหรือเป็นในสิ่งที่เขาถนัดและชอบ วิชาการหลายๆอย่างที่เด็กไม่ถนัดมันอาจไม่ใช่ความฝันและเป้าหมายของเขาแต่เราสามารถใช้วิชาเหล่านั้นมาเพื่อ “ฝึกตั้งเป้าหมายและวางแผนการเรียน”
เกรดมีความหมายก็เพียงแค่อีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับใช้มองดูและสะท้อนการทำงานของเด็กแต่ละคนเท่านั้น เกรดไม่ได้มีคุณค่าขนาดชี้วัดค่าความเก่งของใคร เพราะวิชาการเรียน การสอนของแต่ละโรงเรียนแตกต่างกัน ยิ่งเด็กต่างโรงเรียนกันอย่าเอาเกรดมาเทียบกันโดยเด็ดขาด และในปัจจุบันมีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้ได้เกรดดีๆ เช่น หาโพยข้อสอบ เรียนพิเศษที่เน้นข้อสอบตรง ติวเพิ่มเกรดโดยเฉพาะ และอีกมากมายหลายวิธี(ทุกอย่างคือธุรกิจ)
ในฐานะที่ตนเองก็เป็นแม่คนหนึ่งที่มีลูก แม่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ความฉลาดด้านการเข้าใจตนเองและการเข้าใจคนอื่น และคอยชี้นำเป้าหมายและอนาคตข้างหน้าของลูก ว่าลูกจะไปอยู่ตรงจุดไหนของชีวิต และจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างไร สิ่งที่ผู้ปกครองต้องมีให้ลูกทุกวัน คือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆให้ลูกฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพราะเป้าหมายและความฝัน ของเด็กๆแต่ละคนไม่ใช่จะได้กันมาโดยง่าย เราในฐานะผู้ปกครองมีประสบการณ์ และเมื่อรู้อะไรมาก็ควรเล่า เผื่อเรื่องราวบางเรื่อง อาจจะทำให้ลูกเกิดแรงบันดาลใจและทำมันให้เกิดขึ้นจริง
สุดท้ายเชื่อเหลือเกินค่ะว่า การที่คนเรามีเป้าหมาย มีความอดทน มุ่งมั่น รู้จักเข้าใจตนเองและคนอื่น มีสุขภาพจิตที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรง ก็จะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขได้ ไม่ว่าเขาจะเคยได้เกรดดี เกรดแย่ เรียนที่ไหน หรือมหาวิทยาลัยไหนก็ตาม
อย่าให้การเรียนรู้ทุกวันนี้เป็นการเรียนเพื่อสอบ!!! อยากให้การเรียนเป็นการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตจริงๆค่ะ
“เกรดใช้วัดแค่บางอย่าง แต่ไม่สามารถวัดได้อีกหลายอย่างในชีวิต”
สู้ สู้ นะคะเด็กๆ ✌️✌️
by PuttaChart | Dec 1, 2019 | blog, ธุรกิจ
เหตุผลใดหรือทำไมต้องทำการประมูลบ้านจากกรมบังคับคดี บ้านหรือคอนโดราคาถูกกว่าท้องตลาดเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจที่จะชื้อบ้านหรือคอนโดมือสอง ราคาเบาๆ รวมถึงการประมูลบ้านของตนเองที่ถูกยืดและขายทอดตลาดโดยกรมบังคับดคี เมื่อถึงเวลาต้องชื้อบ้านด้วยวิธีนี้ ก็จะช่วยให้ผู้ชื้อสามารถประมูลบ้านที่หลุดจำนองจากกรมบังคับคดีได้คล่องมากขึ้นมารู้จักกับการประมูลบ้านจากกรมบังคับคดีเมื่อลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้อง ทรัพย์สินของลูกหนี้ก็จะต้องถูกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินไปชดใช้หนี้ กรมบังคับคดีจึงมีหน้าที่นำบ้านหรือคอนโดออกประมูลขายตามคำตัดสินของศาล บ้านหรือคอนโดที่ถูกขายโดยกรมบังคับคดีมีจุดประสงค์ในขายเพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้เป็นหลัก ดังนั้นราคาเปิดประมูลจึงมักจะต่ำกว่าราคาบ้านที่ขายในท้องตลาดมากพอสมควรเรามาเริ่มขั้นตอนการเตรียมตัวประมูลบ้านจากกรมบังคับคดีกันเลยดีกว่าค่ะ
1.ค้นหาบ้านที่ต้องการประมูลสามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์กรมบังคับคดีเมื่อเจอบ้านที่ถูกใจ ก็ควรที่จะไปตรวจสอบสภาพบ้านด้วยตนเอง และสอบถามเงื่อนไขการประมูลได้ที่สายด่วนกรมบังคับคดี โทร.0-2881-4999
2.เตรียมเอกสารและเงินประกันใช้เพียงบัตรประชาชนพร้อมสำเนา สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นผู้ประมูลแทนได้ โดยต้องใช้หนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 30 บาทพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบ ส่วนเงินประกันผู้ประมูลต้องเตรียมเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คตามเงินประกันที่กรมบังคับคดีกำหนด
3.ผู้ประมูลเข้าลงทะเบียนในวันประมูล ผู้ประมูลต้องลงทะเบียนกับเจ้าพนักงาน พร้อมวางเงินสดเป็นหลักประกันและทำสัญญาในการเสนอราคา จากนั้นรับป้ายประมูลและเข้าไปนั่งในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้
4.เจ้าพนักงานกำหนดราคาเริ่มต้นก่อนเริ่มการประมูลพนักงานจะอธิบายเงื่อนไขต่างๆในการประมูลให้ทราบ และจะทำการกำหนดราคาเริ่มต้นในการประมูลรอบที่1 แต่ถ้าไม่มีผู้เสนอราคาในรอบนั้น ราคาเริ่มต้นรอบ 2 จะลดเหลือ 90%และรอบที่3 ลดเหลือ 80%และรอบที่ 4 ลดเหลือ 70% หรือจนกว่าจะมีผู้ประมูล
5.ผู้ประมูลยกป้ายเสนาราคาเมื่อเจ้าพนักงานเปิดประมูล ผู้ที่สนใจสามารถยกป้ายเพื่อขอเสนอราคาตามราคาเริ่มต้นหรือยกป้ายสู้ราคากับผู้ประมูลท่านอื่น โดยพนักงานจะเป็นผู้กำหนดว่าจะเพิ่มราคาครั้งละเท่าใด และผู้ประมูลสามารถเพิ่มราคาได้เท่ากับหรือมากกว่าที่กำหนดก็ได้
6.เจ้าพนักงานเคาะไม้ให้ผู้ชนะการประมูลเมื่อบ้านถูกประมูลจนได้ราคาสูงสุด เจ้าพนักงานก็จะถามหาผู้คัดค้านจากฝ่ายที่เป็นผู้ได้เสียหายหากไม่มีผู้คัดค้าน เจ้าพนักงานก็จะเคาะไม้ขายบ้านหลังนั้นให้ผู้ชนะการประมูล ผู้ชนะการประมูลต้องทำการชำระเงินและโอนกรรมสิทธิ์ในขั้นตอนต่อไป ส่วนผู้แพ้ประมูลก็รับเงินประกันคืนทันที
7.ทำสัญญาชื้อขายผู้ชนะประมูลบ้านจากกรมบังคับคดีต้องทำสัญญาชื้อขายและชำระเงินตามราคาประมูล ณ วันที่ชื้อ แต่ในกรณีที่ผู้ชนะประมูลอยู่ในระหว่างรวบรวมเงินหรือรออนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร กรมบังคับคดีจะให้เวลา 15-90 วันโดยต้องมีเหตุผลสมควรหรือมีเอกสารยืนยันจากธนาคาร ส่วนเงินประกันหรือมัดจำไม่สามารถขอคืนได้
8.การโอนกรรมสิทธิ์หลังจากชำระเงินเรียบร้อย เจ้าพนักงานกรมบังคับคดีจะมีหนังสือถึงเจ้าพนักงานกรมที่ดิน พร้อมมอบเอกสารสิทธิ์และเอกสารเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ชนะการประมูลดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ได้ด้วยตัวเอง ณ สำนักงานกรมที่ดิน
9.ค่าใช้จ่ายต่างๆในการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายผู้ขาย มีดังนี้*ค่าโอนกรรมสิทธิ์ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน*ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดตามฐานภาษีอัตราก้าวหน้า*ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 หรืออากรแสตมป์ร้อยละ 0.5 ตามเงื่อนไขการครอบครอง*ค่าจดจำนองร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ในกรณีที่ผู้ชนะประมูลขอกู้บ้านกับธนาคาร
ทั้งหมดที่กล่าวมาก็คือขั้นตอนและสิ่งต่างๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการประมูลบ้านและคอนโดมือสองจากกรมบังคับคดี เผื่อท่านใดได้มีโอกาสที่จะต้องการชื้อบ้านและคอนโดมือสองในราคาถูกกว่าในท้องตลาด และถ้าได้สภาพบ้านที่ยังดีอยู่ ผู้ชื้อก็ยิ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นอีกด้วย หรือแม้แต่ผู้ที่ถูกยืดบ้านก็สามารถที่จะประมูลบ้านของตนเองกลับคืนมาในราคาถูกได้อีกด้วยค่ะ
by PuttaChart | Dec 1, 2019 | blog, สุขภาพ
มาร์วิส (Marvis) คือยาสีฟันกลิ่นหอมสดชื่นหรูหราแบบสไตล์ชาวอิตาเลียนชั้นสูงอย่างแท้จริง ถูกส่งต่อหลายชั่วอายุคนจนทำให้มาร์วิสกลายเป็นที่รู้จักในประเทศอิตาลีและทั่วโลก ยาสีฟันมาร์วิสมีชื่อเสียงมายาวนานถึง 61 ปีตั้งแต่ปี 1958 ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องรสชาติและในขณะเดียวกันยังมอบความขาวสะอาดให้กับฟัน กำจัดคราบหินปูน เพื่อรอยยิ้มที่สวยสดใส ด้วยเนื้อครีมเข้มข้น นุ่มนวล พร้อมกลิ่นอโรม่ามิ้นหอมสดชื่นและด้วยแพคเกจจิ้งสีเงินเมทัลลิคผสมผสานกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบเรโทรคลาสสิก(Retro Classic) ร่วมสมัยเปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นดีชั้นหนึ่ง ที่ได้เปลี่ยนวงการยาสีฟันของโลกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยรสชาติบริสุทธิ์และรูปลักษณ์แบบฉบับมาร์วิสที่ยังทรงคุณค่าและเป็นเช่นนี้อยู่ทุกยุคสมัยด้วยเหตุนี้มาร์วิสจึงกลายเป็นที่ยอมรับของผู้คนและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วโลกและยังได้รับการตอบรับจากเหล่าเซเรบริตี้และแฟชั่นนิสต้าเป็นอย่างมากมาร์วิสมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 7 รสชาติเรามาทำความรู้จักยาสีฟันมาร์วิสกันเลยดีกว่าค่ะ
1.Whitening Mint(ขาวเงิน) 85 ml.

เป็นสูตรที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบรูณ์แบบ ให้ความรู้สึกสดชื่นยาวนาน มิ้นสูตรเฉพาะที่เพิ่มความเข้มข้นในการทำความสะอาด โดยไม่มีส่วนผสมของสารฟอกขาวสาเหตุของฟันกร่อน ทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำลายเนื้อฟัน
2.Amarelli Licorice (ดำ) 85 ml.

ความสดชื่นจากรสชาติดั้งเดิมของลูกอม Liquorice จากการร่วมกับ Amarelli ผู้ผลิตลูกอมระดับโลกที่ได้รับการขนานนามว่า “Best Liquorice in the world” อีกหนึ่งรสชาติสุดคลาสสิคที่มีที่เดียวในโลก
3.Classic Strong Mint (เขียว) 75ml.

เป็นยาสีฟันสูตรแรกของมาร์วิว จากใบมิ้นคุณภาพคัดสรรมาอย่างดีที่สามารถขจัดคราบพลัคและหินปูนเพื่อสัมผัสความสะอาดล้ำลึกและสดชื่นยาวนาน
4.Ginger Mint (ส้ม) 75 ml.

ความสดชื่นที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยวัตถุดิบที่ให้ความเผ็ดร้อนอย่างเช่น ขิง ที่ให้ความแปลกใหม่ด้วยรสชาติพร้อมกระตุ้นให้สดชื่นรับวันใหม่
5.Aquatic Mint (ฟ้า) 75 ml.

กลิ่นอายความสดชื่นจากท้องทะเลที่เข้ากันไดดีกับความสดชื่นของมิ้น ให้ความสดชื่นเหมือนอยู่กลางมหาสมุทร
6.Cinnamon Mint (แดง) 75ml.

มอบความอ่อนโยนด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของมิ้นที่แฝงด้วยเสน่ห์ของชินนามอน มอบความหอมหวาน ชึ่งเป็นรสชาติที่แปลกใหม่และไม่เคยสัมผัสมาก่อน
7.Jasmin Mint (ม่วง) 75 ml.
สัมผัสกับการผสมผสานที่น่าทึ่งตามแบบฉบับของดอกมะลิและความหอมสดชื่นของมิ้น ทำให้ได้รสชาติใหม่ที่จะทำให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายได้อย่างลงตัวการใช้มาร์วิส บีบแค่ 0.5-1 cm.ก็พอนะคะ และจะหมดอายุ 1 ปีเมื่อเปิดใช้ค่ะ จากสรรพคุณที่กล่าวมาข้างต้นบอกเลยค่ะ มันเสิศจริงๆ!!!! ต้องลองค่ะ