fbpx

การเสียภาษีอาการเป็นหน้าที่ของชาวไทยทุกคนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ภาษีอากร ก็มีหลายอย่างหลายประเภท เช่น ภาษีสรรพากร ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต และอื่นๆอีกมากมาย หากเป็นกรณี ที่จัดเก็บ ภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร ก็เป็นอำนาจ ของกรมสรรพากร เท่านั้น เมื่อรู้ตัวว่าตนเองต้องเสียภาษีแล้วนั้นก็ควรทำการชำระภาษีอากรให้ถูกต้องครบถ้วน มิฉะนั้นแล้วอาจจะได้รับความเสียหายมากกว่าที่คิด อย่าคิดว่าไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ใช้ไม่ได้กับการเสียภาษีนะคะ “คุณคิดผิด”

ประมวลรัษฎากร เป็นกฎหมายพิเศษ ที่ใช้สำหรับเก็บ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ และอีกทั้งยังมีมาตราการบังคับให้ชำระภาษีได้ในตัวเอง ชึ่งเป็นขั้นตอนพิเศษก่อนจะดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล

ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมีมากกว่าที่คิดที่จะไม่เสียภาษีอาการให้แก่กรมสรรพากรสามารถแยกพิจารณาได้เป็น 3 กรณี

1.กรณีก่อนถูกกรมสรรพากรฟ้อง

เมื่อมีภาษีอาการที่ต้องเสียให้กับกรมสรรพากรแล้วไม่ยอมเสีย ต่อมาเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจพบและแจ้งการประเมินให้ทราบแล้วนั้น นอกจากจะเสียดอกเบี้ยสรรพากรในอัตราสูงถึงร้อยละ 1.5% ต่อเดือนและอาจโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีกด้วยแล้ว โปรดระวังตัวไว้เลยว่า กรมสรรพากรมีอำนาจพิเศษที่จะทำการเร่งรัดตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆทุกชนิดได้ทันที โดยไม่ต้องรอฟ้องต่อศาล เช่น

– อาจยกทีมเร่งรัดมาถึงบ้านเพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และทรัพย์สิน อาจสอบถามเพื่อนบ้านเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง อาจทำให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านรู้เรื่องกันหมดว่าติดหนี้หลวง ซึ่งทำให้อับอายได้

– กรณีเจ้าหน้าที่เร่งรัด มาส่งหนังสือทวงหนี้ที่บ้าน แล้วไม่ยอมรับ เจ้าหน้าที่เร่งรัด. อาจเรียกตำรวจ หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน มาเพื่อเป็นพยาน ในการปิดหมายก็สามารถทำได้ และจากเรื่องเล็กๆก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่

– หากลบหนีหรือย้ายที่อยู่ ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดหาไม่เจอ ก็อาจทำการประกาศออกสื่อ เช่น หนังสือพิมพ์

กรมสรรพากรก็ยังสามารถยืดหรืออายัดทรัพย์และขายทอดตลาดได้เลยโดยยังไม่ต้องฟ้องศาลก่อนก็ได้และเวลาทีมีอำนาจก็สามารถทำได้เป็นเวลานานถึง 10 ปี ซึ่งในระหว่างนี้ถ้ามีการยักย้ายทรัพย์สินก็จะมีความผิดทางอาญาเพิ่มขึ้นในฐานมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอาจติดคุกได้ เมื่อสรรพากรพบทรัพย์ที่สามารถยืดและอายัดได้ก็จะทำการยืดและอายัดทันที เช่น
– กรณีที่อายัด “ที่ดิน”แล้ว ที่ดินนั้นก็ไม่สามารถโอนขายต่อไปได้
– กรณีที่อายัด”เงินฝากในบัญชีธนาคาร”ทำให้บัญชีนั้นก็จะไม่สามารถทำการเบิกถอนและนำไปใช้ได้อีก

2.กรณีกรมสรรพากรนำคดีมาฟ้องต่อศาล
เป็นกรณีที่ผู้ค้างภาษีอากรยังไม่ยอมขำระภาษีอากรที่ค้างต่อกรมสรรพากร กรมสรรพากรก็ชอบด้วยกฎหมายที่จะสามารถดำเนินคดีทางศาลทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไปได้ กรมสรรพากรสามารถไปฟ้องได้หลายศาล เช่น

– ฟ้องที่ศาลภาษีอากรกลาง เป็นกรณีที่สรรพากรไม่สามารถเร่งรัดเรียกเก็บหนี้ภาษีอากรค้างได้แล้ว และศาลนี้ก็มีที่เดียวคือที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็ต้องมาขึ้นศาลที่กรุงเทพ คือทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวมถึงต้องจ้างทนายในการว่าความ
อีกด้วย

– ฟ้องที่ศาลล้มละลายกลาง กรณีหนี้เข้าหลักเกณฑ์ฟ้องได้ จะทำให้ลูกหนี้อาจเสียสิทธิและเสรีภาพเพิ่มขึ้นและศาลนี้ก็มีที่เดียวคือที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็ต้องมาขึ้นศาลที่กรุงเทพ คือทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรวมถึงต้องจ้างทนายในการว่าความหากต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว แม้จะยังไม่พิพากษาให้ล้มละลายก็ตาม ก็มีผลต่อสิทธิและเสรีภาพของลูกหนี้คือไม่สามารถออกนอกราชอาณาจักรได้ตามปกติจะต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสียก่อน แม้จะข้ามไปประเทศที่มีอาณาเขตติดกันชั่วคราว(Border pass)ก็ตามก็ไม่สามารถทำได้เสียแล้ว

– ฟ้องที่ศาลเดียวกับลูกหนี้ถูกฟ้องเกี่ยวกับทรัพย์ที่ขายทอดตลาดได้ โดยกรมสรรพากร สามารถขอเฉลี่ยหนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นศาลแพ่ง ศาลแพ่งพระนครเหนือ ศาลแพ่งธน ศาลจังหวัด ศาลแรงงานกลาง ก็สามารถทำได้

– ฟ้องที่ศาลอาญา กรณีทำผิดทางอาญาเช่นปลอมแปลงใบกำกับภาษี เช็คเด้ง หรือมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร

3.กรณีหลังจากกรมสรรพากรฟ้องแล้ว
เมื่อศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาให้กรมสรรพากรชนะคดีแล้ว กรมสรรพากรก็สามารถดำเนินการบังคับคดีได้ตามกฎหมายได้อีกเป็นระยะเวลา 10 ปี และหากในระหว่างนั้นยังไม่ได้รับชำระภาษีอากรครบถ้วนและยังเข้าหลักเกณฑ์ที่จะฟ้องล้มละลายได้ กรมสรรพากรก็สามารถที่จะฟ้องยังศาลล้มละลายกลางได้อีกครั้งหนึ่ง

หากผู้ค้างภาษีอากรถึงแก่ความตายไปแล้วก็ตามก็ยังไม่หลุดพ้นหนี้ภาษีอากรที่จะต้องเสียให้แก่กรมสรรพากร ทายาทที่รับมรดกก็จะต้องนำมรดกที่ได้รับมาเสียภาษีอากรให้ครบถ้วนอีกด้วย

สุดท้ายนี้ก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีการเสียภาษีอากรแก่กรมสรรพากรได้ ดังนั้นจึงขอให้ทุกท่านเสียภาษีอากรให้ครบถ้วน เพราะการไม่ชำระภาษีอากรมีผลเสียมากกว่าที่คิดจริงๆนะคะ

และสำหรับผู้ที่พลาดไปแล้วและเกิดกรณีต่างๆตามที่กล่าวมาในข้างต้นก็ขอให้มีสติ และผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ สู้ สู้ ค่ะ ✌✌