fbpx

ปัจจุบันนี้มีหลายคนต้องพบเจอกับปัญหาการจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่แต่ละคนถือกันจำนวนละหลายๆใบ ตอนทำก็รู้สึกดีมีเงินใช้ จะใช้จะจ่ายอะไรก็สะดวกสบาย และก็มั่นใจว่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ก็จะสามารถจ่ายคืนได้เต็มจำนวนเงินที่ใช้ไป “เชื่อว่าทุกคนคิดแบบนี้” แต่ชีวิตจริงคนจำนวนมากไม่ได้เป็นเช่นนั้น บัตรเครดิตทุกใบใช้เต็มวงเงิน จ่ายคืนขั้นต่ำ (จ่ายปุ๊บกดใช้ปั๊บ) สุดท้ายเงินเดือนที่หามาได้ จ่ายขั้นต่ำยังไม่พอ ทำให้หลายคนเครียด วิตกกังวล และกลุ้มใจกับปัญหาหนี้สินจำนวนมาก ลองมาอ่านเทคนิคดีๆ ที่อยากแชร์ให้ทุกคนที่เจอปัญหาเดียวกันลองทำดูนะคะ

1.หยุดจ่ายขั้นต่ำ เพราะการจ่ายขั้นต่ำบริษัทบัตรเครดิตจะเริ่มคิดดอกเบี้ยจากเงินที่เราค้างจ่ายเป็นรายวัน ” ดอกเบี้ยรายวัน” นี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ที่งอกออกมา ดังนั้นเราควรพยายามชำระหนี้สินที่งอกออกมาให้หมดเร็วที่สุดค่ะ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ควรทำดังนี้

แยกยอดหนี้ : แต่ละบัตร ว่ายอดเท่าไหร และต้องจ่ายขั้นต่ำเท่าไหร “อย่ารวมยอดหนี้ทุกบัตรเป็นก้อนเดียว” ให้พยายามไล่ปิดไปทีละบัตรให้ได้

2.เริ่มทยอยชำระหนี้ ควรมีรายรับที่ค่อนข้างคงที่ในแต่ละเดือน เมื่อเรารู้ว่าขั้นต่ำเราต้องจ่ายเท่าไหร นั่นแปลว่า เราต้องหารายรับที่จะจ่ายมันให้ได้ “งานประจำ งานเสริม” ทำเถอะค่ะ เสื้อผ้าเก่า ของเก่าที่พอมีมูลค่า ขายได้ก็ขาย อย่าอาย และอดทนอย่าก่อหนี้เพิ่มอีก ถ้าคุณอยาก “หมดหนี้”

3.ใช้จ่ายทุกอย่างด้วยเงินสด เวลาที่เราใช้จ่ายด้วยเงินสด เงินในกระเป๋าของเราจะลดลงทันทีทำให้เราไม่กล้าที่จะจ่ายเงินมากเกินจำนวนที่เราหามา ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกให้หมด ทำการบันทึกรายรับ รายจ่าย แบบง่ายๆด้วยการเก็บบิลค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนเอาไว้เมื่อสิ้นสุดเดือน เราควรแยกส่วนของรายจ่ายหลักๆ ค่ากินค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าเดินทาง และอื่นๆทำแบบนี้เราจะมองเห็นชัดเจนและสามารถวางแผนตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อมาชำระหนี้บัตรเครดิต อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นภาระที่ต้องจ่าย ก็ควรที่จะจ่ายให้หมดนะคะ

4.พิจารณาหยุดจ่าย (ทำแฮคัต) ถ้าคุณมองแล้วว่า ยอดหนี้สินเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก จ่ายกี่ปีก็คิดว่าไม่หมดให้ “หยุดจ่าย”และขอเจรจากับทางธนาคาร เพื่อขอส่วนลดจากธนาคาร แต่…กรณีนี้ คุณต้องเตรียมรับอะไรหลายอย่าง ทั้งการทวงหนี้ อาจรวมไปถึงการดำเนินการฟ้องร้อง เสียเครดิต คุณต้องรับมันให้ได้ และเมื่อตั้งใจจะหยุดจ่ายแล้ว คุณต้องเอาเงินที่เคยจ่ายขั้นต่ำ “เก็บเป็นเงินก้อน” ห้ามเอาไปใช้จ่ายในสิ่งที่ยังไม่จำเป็น (สำคัญมาก คือ การแยกแยะในสิ่งที่จำเป็นให้ได้ เพื่อตัวคุณเอง) บางที ทางธนาคารอาจเสนอส่วนลด 10% 20% หรือมากสุดอาจถึง 60 % จากยอดหนี้ทั้งหมดเลยก็ได้ ถ้าคุณมีเงินก้อนสำรองพอ คุณก็จะสามารถจ่ายหนี้และปิดบัตรเครดิตได้อย่างง่ายดาย
***วิธีนี้ถือว่าเสี่ยงมาก คุณต้องมั่นใจในการเก็บเงินและการวางแผนในการใช้เงินของคุณไม่เช่นนั้น คุณอาจถูกฟ้อง และถ้าไม่มีจ่าย อาจถึงขั้นยึดทรัพย์ตามมาได้***

5.หยุดพฤติกรรม “กู้หนี้ มาจ่ายหนี้” เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ ยอดหนี้สินที่กำลังจะหมดของคุณกลับเพิ่มมากขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

6.รักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากเราไม่ต้องการกลับไปเป็นหนี้เหมือนเช่นเดิมอีก

สุดท้ายขั้นตอนต่างๆอาจจะดูยากแต่หากว่าเราทำได้ โอกาสที่เราจะเริ่มต้นใหม่กับ “ขีวิตที่ปราศจากหนี้สิน” ก็สามาถทำได้นะคะ เราผ่านมันมาแล้ว และหวังว่าบทความข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังประสบปัญหาในแบบเดียวกัน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน หมดหนี้ ไปด้วยกันค่ะ

สู้ สู้ นะคะ✌✌