San Bonifacio (Verona)

San Bonifacio อยู่ในเวโรนา(Verona) ประเทศอิตาลีตั้งอยู่ทางตะวันตกห่างจากเวนิส(Venice)ประมาณ 80 กิโลเมตรและทางตะวันออกห่างจากเวโรนาประมาณ 25 กิโลเมตร แอดมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี และได้พักกับพี่สาวที่ San Bonifacio ถือว่าเป็นที่ ที่น่าอยู่มากๆเลยค่ะ การเดินทางก็สะดวก สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆได้อย่างสะดวกสบายมากๆเลยค่ะ

และที่เที่ยวที่อยู่ไม่ไกลและสามารถขับรถ🚙จาก San Bonifacio ไปได้เลย แอดแนะนำตามนี้เลยค่ะ➡️

Soave เป็นศูนย์กลางของโรมันบนทาง Postumia ที่เชื่อมต่อAquileiaกับGenoa ที่มาของชื่ออาจแตกต่างกัน บางครั้งเรียกว่า Soavi ในภาษาอิตาลียุคกลาง Soave อยู่ห่างจากVerona ไปทางตะวันออก 23 กิโลเมตร

Castle of Soave เป็นปราสาท(อาคารทหาร) ในยุคกลาง ควบคุมพื้นที่ใกล้เคียงของเมืองจากเนินเขาTendaประกอบด้วย Mastioและกำแพงสามเส้นสร้างสนามสามสนาม ด้านนอกมีประตูและสะพานชัก ที่สร้างขึ้นโดยชาวเวนิสในศตวรรษที่ 15 เป็นที่เก็บซากของโบสถ์เล็กๆจากศตวรรษที่ 10

ด้านในปราสาทแสดงภาพทหารของสภา ลิเกอร์ เป็นคุณลักษณะที่น่าประทับใจที่สุดของปราสาท และกระดูกที่พบด้านในแสดงให้เห็นว่ามันยังเคยถูกใช้เป็นที่คุมขังและสถานที่ทรมาน และบ้านผู้บัญชาการสภาลิเกอร์ เป็นที่เก็บเหรียญโรมัน ชิ้นส่วนอาวุธ เหรียญตราและซากโบราณอื่นๆ

กำแพงสภาลิเกอร์ที่สร้างโดย Cansignorio della Scala มีความยาวประมาณ 1600 เมตรมีหอคอยทั้งหมด 24 หลัง ต้นกำเนิดมีสามประตู

Soave ยังเป็นไวน์อิตาลี สีขาวแห้ง จากแคว้นเวเนโตเมืองเวโรน่า ทั่วทั้งเขตการผลิต Soave Garganega เป็นองุ่นพันธุ์ หลัก Soave ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ไวน์อิตาลีเฟื่องฟู ด้วยแรงผลักดันทางการตลาดของผู้ผลิตรายใหญ่อย่างBolla ทำให้Soave แซงหน้าChiant ในปี 1970 ในฐานะไวน์ DOC ของอิตาลีที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบันที่นี่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านไอศครีมร้านของฝากที่ระลึกมากมายค่ะ

Illasi เป็นชุมชนใน เวโรน่า ห่างจากเวนิสไปทางตะวันตกประมาณ 90 กิโลเมตรและห่างจากเวโรน่าไปทางตะวันออก 15 กิโลเมตร Illasiมีผู้คนอาศัยตั้งแต่ยุคสำริค มีการค้นพบพื้นที่ฝังศพที่มีสุสาน 63 แห่งซึ่งมีอายุ 2 สหัสวรรษก่อนคริสต์ศักราช ถูกค้นพบใกล้หมู่บ้านอาราโน พบซากชาวโรมันจำนวนมากในพื้นที่และ ก้อนหินซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่อยู่ใน Museo Maffeiano ในเวโรน่า

Illasi เป็นภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีร้านอาหาร กาแฟ ร้านขายชีส แม้แต่ในหน้าร้อนอากาศที่นี่เย็นสบายมากๆค่ะ

วิวที่สวยงามและอากาศที่เย็นสบายบนภูเขา นี่แหละที่เรียกว่าการพักผ่อน😄😄💕💕

เวโรนา(Verona)อิตาลี

เวโรนา เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การ UNESCO มีสมญานามว่า “Little Roman” เมืองเล็กๆ สุดโรแมนติกแห่งอิตาลี เป็นเมืองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากอีกหนึ่งเมืองของอิตาลี และยังเป็นต้นกำเนิดผลงานของ วิลเลียม เชกสเปียร์ โดยเฉพาะโศกนาฏกรรมตำนวนรักอมตะของโรมิโอจูเลียต ที่ใครได้มาเมืองเวโรนาจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายของความรักอบอวลไปทั่วทั่งเมือง

ไปกันเลย!! แอดเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากSan Bonifacio เลยใช้เวลาไม่นานก็ถึงในเมืองเวโรนาแล้ว เราก็เริ่มเที่ยวกันเลยจ้า😄😄

Arena di Verona คือสนามกีฬาของเวโรนา เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะโรมันโบราณอายุกว่า 2000 ปีสามารถจุคนได้ถึง 15000 คน ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่จัดแสดงคอนเสิร์ต โอเปร่า ที่นี่ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวโรนาเลยก็ว่าได้ ใครที่มาถึงแล้วต้องไม่พลาดการแวะถ่ายรูปเช็คอินนะคะ

Torre del Lamberti หอคอแลมเบอร์ติ เป็นจุดชมวิวมุมสูง ที่ตั้งอยู่ที่จตุรัส Piazza delle Erbe ในอดีตคอหอยแห่งนี้ใช้สำหรับสังเกตการณ์และเตือนภัยในยุคที่มีสงคราม ในหอคอยมีลิฟต์ขึ้นประมาณ 7 ชั้นและขึ้นบันไดอีก 2 ชั้นด้านในมีระฆังเหล็กขนาดใหญ่( เสียค่าเข้าชม 5 ยูโร ) แต่แอดไม่ขึ้นไปจ้า แต่เก็บรูปมาฝาก บริเวณจัตุรัสมีสินค้าของฝากให้เราได้เลือกชื้ออีกด้วย

หลังจากเดินเลือกชื้อของและหาของกินเรียบร้อยเราต่อกันด้วยบรรยากาศสวยๆบนถูเขาและสามารถมองเห็นเวโรนาได้ทั้งเมืองรวมถึงสะพานข้ามแม่น้ำอดิเจ(Adige River) ภาพที่ถ่ายมาเหมือนภาพวาดยังไงยังงั้นเลย สวยงามมากจริงๆ🤟💕

ปิดท้ายด้วยถนนคนเดินVie Mazzini เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างจัตุรัสPiazza Bra กับจัตุรัสPiazza delle Erbe สองช้างทางเต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย เช่น Prada, Mont Blanc, Benetton,Ralph Lauren,Cucci,Givenchy,Sisley และอื่นๆอีกมายมาย มีให้เลือกชมเยอะมากกกกกก

ท้ายสุด อย่าลืมถ่ายรูปกับหัวใจเหล็กดวงนี้จ้า แอดเห็นว่าใครผ่านมาต้องได้ถ่ายจ้า เลยจัดมาเช่นกันจ้า😁😁